แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์จีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์จีน แสดงบทความทั้งหมด

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๑๑/๑ โดย อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๑๑/๑
โดย อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

          นับวัน การวางกลอุบายในสามก๊กก็จะเริ่มเข้มขึ้น ซึ่งคงเป็นไปตามลำดับจนกว่าจะเป็น...สามก๊กจริงๆ ซึ่งก็จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ

สำหรับตอนนี้ เป็นเพียงกลอุบายเล็กๆ แต่ก็เป็นตอนสำคัญที่แสดงถึงจุดอ่อนของเตียวหุย ทำให้เสียการใหญ่ ซึ่งกำลังจะเล่าอยู่เดี๋ยวนี้แล้วเจ้าคะ

โจโฉ ตอนนี้เป็นใหญ่อยู่ในเมืองหลวง คุมอำนาจเต็มร้อย อยู่มาวันหนึ่ง ได้เชิญขุนนางมากินโต๊ะ คือ กินเลี้ยง ที่บ้าน แล้วปรึกษาความว่า บัดนี้เล่าปี่ตั้งตัวขึ้น จนได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ส่วนลิโป้ที่เป็นศัตรูของเรา ก็แตกหนีไปพึ่งเล่าปี่ เล่าปี่ให้ไปครองเมืองเสียวพ่าย เกรงว่าจะคบคิดกัน ยกทัพมาทำร้ายเรา ท่านใดจะช่วยคิดอ่านล้างศัตรูเราได้บ้าง

เคาทู จึงว่า จะขอทหารห้าหมื่น ยกไปทำการตัดศีรษะมาให้โจโฉ
คำพูดอันอาจหาญ ถูกขัด หรือ ถูกเบรกทันที โดยซุนฮกว่า

เคาทูเป็นทหารที่มีกำลังแต่หาความคิดไม่ได้ (ถ้าเป็นสมัยนี้ ขัดคอแบบนี้ คงโดนไม้หน้าสามตามด้วยหมาหมู่) ประการหนึ่งในเมืองฮูโต๋นี้ ท่านพึ่งซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ บ้านเมืองยังไม่ปรกติ ซึ่งจะยกไปนั้น ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย แลเล่าปี่กับลิโป้ อุปมาดั่งเสือสองตัว ข้าพเจ้าคิดให้ชิงอาหารกันกิน

กล่าวโดยสรุป คือ ซุนฮก วางแผนให้โจโฉ กราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ ขอตำแหน่งเจ้าเมืองชีจิ๋วอย่างเป็นทางการ ให้กับเล่าปี่ เพื่อให้มีใจทำงาน แล้วมีหนังสือลับ อ้างเหตุผลความร้ายของลิโป้ ที่มักฆ่าผู้มีพระคุณ และให้เล่าปี่ฆ่าลิโป้เสีย
โจโฉ ก็ปฏิบัติตามซุนฮกทุกประการ

ฝ่ายเล่าปี่ แจ้งเนื้อความแล้วจึงบอกผู้ถือหนังสือว่า เราขอทุเลาตรึกตรองดูก่อน
ครั้นเวลาค่ำ จึงให้หาที่ปรึกษามา ก็รวมทั้งน้องร่วมสาบานทั้งสองด้วย คือ กวนอู และเตียวหุย
เตียวหุย มีความเห็นแบบไม่ต้องลังเลว่า ข้าพเจ้าเห็นชอบด้วย
เล่าปี่ก็ยังเฉยอยู่

ฝ่ายลิโป้รู้ว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้ให้มีหนังสือตั้งเล่าปี่เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ก็รีบมาเยี่ยมเยือนแสดงความยินดี เตียวหุยก็ถือกระบี่ตรงเข้ามา จะเชือดคอลิโป้ เล่าปี่รีบยุดกระบี่ไว้ทัน แล้วเล่าตามความจริงทุกประการ
ลิโป้เห็นหนังสือแล้วร้องไห้ เล่าปี่ได้แต่ปลอบใจตามระเบียบ "ถึงมาตราว่า จะมีผู้ยุยงประการใด เราก็มิได้เชื่อฟัง หรือคิดร้ายต่อท่าน"
ลิโป้ได้ฟังจึงกลับเมืองเสียวพ่ายด้วยความสบายใจ

ษณอนงค์, www.sana-anong.com,ajarn ann team,ประวัติศาสตร์จีน
สามก๊ก: ภาพจากอินเตอร์เน็ต

กวนอู เตียวหุย ได้แต่ต่อว่าเล่าปี่ เล่าปี่ก็ต้องแจงให้น้องร่วมสาบานฟังว่า น้ำใจโจโฉนั้น คิดให้เรากับลิโป้แหนงกัน จึงทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ตั้งเราเป็นเจ้าเมือง แล้วมีหนังสือของโจโฉมาให้เราคิดฆ่าลิโป้เสีย การทั้งนี้ โจโฉคิดหวังจะให้ลิโป้กับเราเกิดรบพุ่งกัน ถ้าผู้ใดแพ้ โจโฉก็จะทำศึกแก่ผู้มีชัยเป็นหน้าเดียว หากังวลหลังมิได้ ซึ่งเราจะทำตามโจโฉนั้นไม่ควรเรียกว่า ความคิดล้ำลึกกว่านัก ต่อไป ถึงเป็นหนึ่งในสามก๊ก

กวนอูเห็นชอบด้วยทันที แต่เตียวหุยยังดึงดันบอกว่า ภายหน้าต้องฆ่ามันให้จงได้ เล่าปี่จึงว่า เจ้าคิดทำดังนี้ ก็เหมือนคนหาปัญญามิได้
ในเรื่องสามก๊ก พูดผิดมิได้แม้แต่คำเดียว มิฉะนั้นจะพบกับคำว่า หาสติปัญญามิได้

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๙/๓ โดย อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๙/๓
โดย อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๙/๓
        เรามาสังเกตดวงที่ปรึกษากันสักนิดนะคะ ดวงของผู้ที่จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีนั้น จะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

๑. จะต้องเป็นผู้ที่มีดาวภาคกลางคืน หรือดาวที่อยู่ในภพกดุมภะ เป็นต้นไปถึงภพปัตนิ มีกำลังมากกว่าดาวภาคกลางวัน
๒. ดาวแห่งสติปัญญา คือ ดาว ๔ และ ๕ จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่เข้มแข็ง คู่ธาตุ คู่สมพล หรือเป็นอุจจ์ เป็นเกษตร เป็นมหาจักร ทั้งยังต้องทำมุมระหว่างกัน เช่น ดาว ๕ และดาว ๔ นั้น ได้โยคเกณฑ์ที่ดี และได้รับกระแสสัมพันธ์จากดาว ๑ ด้วย
๓. ควรจะมีดาวมหาจักร หรือ ได้ดวงจุลจักรกุมลัคนา
๔. ดาวภพวินาศ ต้องเข้มแข็ง
๕. ต้องไม่มีดาวคู่ศัตรู มาเบียน ดาว ๔ หรือ ดาว ๕

ความแหลมคมของตังเจี๋ยว ก็ได้ปรากฏขึ้นในการให้คำแนะนำแก่โจโฉ เกี่ยวกับเรื่อง เอียวฮอง และ หันเซียม โดยแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ต้องใช้ทหารไปสอดแนมในเรื่องนี้ เพราะ

เอียวฮองนั้นเป็นพรรคพวกของลิฉุย หันเซียมนั้นเป็นนายโจร เข้ามาทำการครั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้เสด็จออกจากเมืองเตียงอัน มาอยู่ลกเอี๋ยง บัดนี้ท่านเข้ามาทำราชการอยู่เมืองหลวง เอียวฮอง และ หันเซียม กลัวท่าน จึงพาพรรคพวกไปหลบหลีก ณ เมืองไต้เหลียง สองคนนี้อุปมาเหมือนเสือไม่มีเขี้ยว แลนกหาปีกมิได้ ซึ่งจะคิดประการใดนั้น ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าเห็นว่านานไปก็จะได้ตัวเป็นมั่นคง

โจโฉได้ฟัง ก็คิดว่า ตังเจี๋ยวนี้พูดจาคม จึงปรึกษาต่อว่า เมืองลกเอี๋ยงนี้ เป็นอันตรายด้วยเพลิงไหม้เราจะคิดประการใด ตังเจี๋ยวจึงตอบว่า

ท่านยกทหารเข้ามากำจัด ลิฉุย กุยกี นั้น พระเจ้าเหี้ยนเต้ และขุนนางทั้งปวงค่อยมีความสุขขึ้นเพราะท่าน บัดนี้ท่านจะทำนุบำรุงแผ่นดิน แลรักษาพระเจ้าเหี้ยนเต้สืบไปด้วยความสุจริตนั้น ความชอบของท่านก็จะมียิ่งขึ้นไปเป็นอันมาก แต่จะตบแต่งค่ายคูประตูรบในเมืองลกเอี๋ยงให้บริบูรณ์ขึ้นนั้น ข้าพเจ้าเห็นยังราชการสงครามมา ก็จะลำบากแก่ทหารท่าน ขอให้เชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปตั้งอยู่ ณ เมืองฮูโต๋ พระเจ้าเหี้ยนเต้แลขุนนางทั้งปวงก็จะมีความยินดีด้วยเหมือนหนึ่งท่านนิมิต เมืองใหม่ถวายได้ทันที หัวเมืองแลราษฎรทั้งปวงก็จะสรรเสริญท่านว่า มิให้ลำบากแก่ไพร่ ซึ่งข้าพเจ้าว่าข้อนี้ให้ท่านดำริดูจึงควร

โจโฉ ได้ฟังดังนั้น มีความยินดี ถึงกับจับมือตังเจี๋ยวไว้ เพราะโจโฉเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ความหวาดระแวงของโจโฉยังมี เกรงว่าอาจมีขุนนางที่ไม่เห็นด้วย ทั้งยังกล้วการซุ่มโจมตีจาก เอียวฮอง และหันเซียมอีก

ตังเจี๋ยว แสดงความคิดเห็นต่อไป
ทุกวันนี้ ขุนนางแลราษฎรทั้งปวงในเมืองหลวงก็อดอยากข้าวปลาอาหารเป็นจำนวนมาก ขอให้ท่านประกาศแก่คนทั้งปวงว่า ในเมืองลกเอี๋ยงนี้ขัดสนด้วยอาหาร จะเชิญพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปอยู่ ณ เมืองฮูโต๋ ทางใกล้กันกับเมืองลกเอี๋ยง ซึ่งข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ จะได้จัดแจงเอาเสบียงไปส่งโดยง่าย ขุนนางทั้งปวงก็จะพร้อมใจช่วยท่าน อนึ่ง เอียวฮอง หันเซียม ซึ่งหนีไปอยู่ ณ เมืองไต้เหลียงนั้น ขอให้ท่านมีหนังสือไปเกลี้ยกล่อมเอาใจไว้ เห็นจะไม่คิดร้ายต่อท่านสืบไป

โจโฉได้ฟังก็สิ้นระแวง ทั้งมีความยินดีสามารถกล่าวได้ว่า ตั๋งเจี๋ยว เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของโจโฉ ตั้งแต่นั้นมา


พวกเราที่พอจะทราบประวัติศาสตร์จีน ตอนที่ แมนจูก่อตั้งราชวงศ์ชิง ต้นตระกูลของราชวงฅ์ชิง เป็นเพียงชนเผ่าเร่ร่อน จนมีผู้นำคนสำคัญที่มีนามว่า นูรฮาเช่อร์ได้ศึกษาและอ่านสามก๊กหลายเที่ยวแล้ว นำมาเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการปราบจีน นูรฮาเช่อร์ มีลูกชายคนสำคัญ คือ ตัวเอ๋อร์คุณ มีที่ปรึกษาคนสำคัญในการวางแผน จนได้ปกครองจีนเช่นกัน ที่เขียนแนะอย่างนี้ สำหรับผู้ดำเนินธุรกิจทั้งหลายจะหาที่ปรึกษาเก่งๆ ลองศึกษาในเรื่องสามก๊กนี้ดูนะคะ
โดย อาจารย์แอน


          เรื่องราวของสามก๊ก ดูเหมือนจะค่อนข้างยืดยาดตามกาลเวลาของการตีความ และชื่อคนที่ยาก สำนวนที่คลาสสิค ดังนั้นข้าพเจ้าจำเป็นต้องรวบรัดตัดตอน ใช้สำนวนของข้าพเจ้าเอง เฉพาะตอนที่เราๆ ท่านๆ รู้อยู่แล้ว


เป็นอันว่า ด้วยกลอุบายของอ้องอุ้น ที่ออกปากยกนางเตียวเสี้ยนให้กับลิโป้ก่อน แล้ววันรุ่งขึ้น ก็พานางเตียวเสี้ยนเข้าจวนตั๋งโต๊ะ ยกนางให้กับตั๋งโต๊ะโดยมีคำพูดที่เสนาะหู ยกนางให้อย่างแนบเนียน ดังนี้


เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ยี่สิบห้าปี ข้าพเจ้าได้เรียนดูดาวสำหรับพระมหากษัตริย์ และดาวประจำเมืองกับดาวบริวารทั้งปวงนั้น บัดนี้ ข้าพเจ้าเห็นดาวสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นเศร้าหมอง และดาวมหาอุปราชนั้นมีรัศมีรุ่งเรือง ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูเห็นว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้จะดับสูญ ราชสมบัตินั้นจะได้แก่ท่านเป็นมั่นคง


ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าเอง (คืออาจารย์แอน ไม่ใช่อ้องอุ้น) ก็ให้ย้อนนึกถึง ดวงชาตาของกรุงศรีอยุธยาที่มีดาวมุขอำมาตย์ คือดาว ๕ เป็นอุจจ์ โยคหน้า ลัคนา ดวงเมือง ส่วนดาวแห่งพระมหากษัตริย์นั้น ถูกเบียน ดังนั้น จึงมีคำทำนายว่า เมื่อใดก็ตาม ที่มุขอำมาตย์ กล้าแข็ง ก็จะต้องชิงแผ่นดินชะรอย ชาตาเมืองลกเอี้ยงจะเข้าเกณฑ์เดียวกับชาตาเมืองกรุงศรีอยุธยาเป็นมั่นคง(สำนวนพอจะอยู่เล่มเดียวกันได้)


เมื่อ ตั๋งโต๊ะ มีอาการตกหลุมพรางแน่แล้วอ้องอุ้นจึงดำเนินการ


จึงให้จัดแจงข้าวของ เสื้อผ้าอย่างดีให้แก่นางเตียวเสี้ยน เป็นอันมาก แล้วให้นางเตียวเสี้ยนขึ้นเกี้ยว เกณฑ์ผู้คนทั้งปวงให้ไปส่ง ณ ที่อยู่ตั๋งโต๊ะในเมืองหลวงในเวลากลางคืนนั้น


อ้องอุ้น ทำเป็นยกนางเตียวเสี้ยน ให้เป็นเมียน้อยลิโป้ แต่กลับส่งนางไปให้ตั๋งโต๊ะ เมื่อลิโป้รู้ดังนั้นก็โกรธอ้องอุ้นเป็นอันมาก แต่อ้องอุ้นนั้นวางแผนไว้อย่างดีแล้วตั้งแต่แรก จึงไม่ตระหนกตกใจ จึงหาวิธีตอบซึ่งทำให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะค่อยๆ แคลงใจกัน โดยพูดให้ลิโป้รู้สึกว่า ตั๋งโต๊ะใช้อำนาจบังคับเอานางเตียวเสี้ยนไป ทั้งที่รู้ว่าเป็นของลิโป้ ลิโป้ก็เริ่มผูกใจเจ็บตั้งแต่นั้นมา


ในสามก๊กเล่าว่า
เมื่อตั๋งโต๊ะได้นางเตียวเสี้ยนมาไว้นั้น มีความรักใคร่ลุ่มหลง ไม่ได้ออกว่าราชการ กำหนดได้ถึงเดือนเศษ ครั้นตั๋งโต๊ะป่วยลงแล้ว นางเตียวเสี้ยนนั้นแสร้งอุตส่าห์กระทำรักษาพยาบาลปรนนิบัติตั๋งโต๊ะ มิให้อนาทรร้อนใจ ตั๋งโต๊ะก็มีความรักนางเตียวเสี้ยนเป็นอันมาก
อยู่มาวันหนึ่งตั๋งโต๊ะก็ล้มป่วย นางเตียวเสี้ยนก็ประสบช่องทางให้พ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงแตกกัน เรื่องมีอยู่ว่า
ครั้นเวลาวันหนึ่ง ลิโป้เข้าไปเยี่ยมถึงที่ข้างใน ตั๋งโต๊ะนั้นนอนหลับอยู่ นางเตียวเสี้ยนเห็นลิโป้เข้ามาจึงเอนตัวออกไปข้างหลังมุ้ง แล้วทำเป็นกลมายา เอามือชี้ไปตรงตั๋งโต๊ะ แล้วชี้เข้าที่อกของตัว จึงทำเป็นร้องไห้ ลิโป้แจ้งในกิริยาของเตียวเสี้ยนทำนั้น ก็ยิ่งมีความเสน่หาอาลัยขึ้นเป็นอันมาก


ฝ่ายตั๋งโต๊ะตื่นขึ้น เห็นลิโป้เข้ามา แลดูไปข้างหลังมุ้งมิได้กระพริบตา จึงชะโงกไปดู เห็นนางเตียวเสี้ยนยืนดูอยู่ข้างหลังมุ้ง ก็มีความโกรธจึงร้องตวาดว่า อ้ายลิโป้นี้ เสียแรงกูไว้ใจรักดั่งบุตรในอุทร บังอาจหยอกเมียกูได้


ความบาดหมางด้วยผู้หญิงเป็นเหตุนี้ ลิยู ที่ปรึกษาคนสำคัญของลิโป้ตกใจมาก เข้าไปว่ากล่าวแก่ตั๋งโต๊ะว่า
ท่านซิคิดการใหญ่ เป็นไฉนมาขัดเคืองลิโป้ด้วยเรื่อง มโนสาเร่เล่า ถ้าลิโป้เอาใจอออกห่าง ท่านก็จะหวังเอาผู้ใดเป็นกำลังสืบไปเล่า

ในตอนแรก ตั๋งโต๊ะก็เชื่อฟัง พยายามเอาใจลิโป้ด้วยทรัพย์สินเงินทอง สมัยนั้นคือ ทั้งทองคำ ทั้งผ้าแพร ทั้งสองก็พอจะคืนดีกัน แต่ใจของลิโป้ก็ยังคิดถึงนางเตียวเสี้ยนอยู่ เป็นช่องทางให้แผนนางงามนั้นดำเนินต่อ เพราะนางเตียวเสี้ยนก็ยังคงดำเนินการต่อ โดยรอจังหวะและโอกาส

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๓/๔ โดย อาจารย์แอน


พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๓/๔
โดย อาจารย์แอน


ลิยู แนะนำตั๋งโต๊ะ ให้ย้ายเมืองหลวงไปทางด้านตะวันตก ซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ มีชื่อว่า เมืองเตียงอันปัจจุบันนั้นหรือ คือ ซีอาน
เรียกว่า ถอยจากแม่น้ำ ไปอยู่ติดภูเขา จากธาตุอ่อน สู่ธาตุแข็งกว่า เป็นยุทธวิธีตั้งมั่น สามารถรับและรุกได้
การย้ายเมืองหลวงต้องใช้งบประมาณมหาศาล ตอนนี้แหละ ที่ตั๋งโต๊ะ ทำการหยาบช้า โดยมีที่ปรึกษาตัวดีแนะนำ กล่าวคือ
ฆ่าสมัครพรรคพวกของอ้วนเสี้ยว ซึ่งเป็นเศรษฐีอยู่ในเมือง แล้วริบทรัพย์มา ผิดบ้างถูกบ้าง สรุปแล้ว ตั๋งโต๊ะ ใช้ทหาร ๕,๐๐๐ คน ทำการจ้วงจาบ จัดการทรัพย์สินของราษฎร ซึ่งทำให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นเป็นอันมาก หลังจากได้เงินแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ
เผาเมืองลกเอี๋ยง ให้เหลือแต่ซาก ไม่เหลืออะไรไว้ให้ศัตรู

โหราศาสตร์,ฮวงจุ้ย,โหงวเฮ้ง,ajarn ann team, www.sana-anong.com
ลกเอี๋ยง:สามก๊ก:wikipedia
ประการต่อมา ให้ลิโป้คุมพล ขุดฮวงซุ้ย บูรพกษัตริย์ รวมทั้งฮวงซุ้ยของราษฎร เก็บทรัพย์สินที่ฝังไว้เป็นจำนวนมาก หลายพันเล่มเกวียนทีเดียว
และท้ายสุดเชิญเสด็จ พระเจ้าเหี้ยนเต้ พร้อมด้วยสนมกำนัล ยกออกจากเมืองลกเอี๋ยง มุ่งหน้าสู่เตียงอัน

ตอนนั้นโจโฉ อาสา อ้วนเสี้ยวติดตามเข้าโจมตี ทั้งๆ ที่ทหารยังอิดโรยอยู่ โดยไม่ฟังคำทัดทาน คือ ตอนนั้น โจโฉ ยังหนุ่มอยู่ ขาดประสบการณ์ในการรบ

ผลก็คือถูกกองทหารของตั๋งโต๊ะที่ซุ่มอยู่ตีแตกไป

น่าเสียดายที่กองกำลังพันธมิตรเริ่มแตกกันเอง เพราะอ้วนเสี้ยว ขาดคุณสมบัติในการเป็นแม่ทัพ ไม่อาจรวมพลังสามัคคีได้

และข้อสำคัญ ลกเอี๋ยง เป็นทำเลหยิน พันธมิตรทั้งหลาย ที่ขาดผู้นำที่มีความสามารถ ก็มีอันมาแตกกันที่เมืองลกเอี๋ยงนี่เอง ต่างก็พากันยกทัพกลับเมืองของตนจนหมด

นับว่าชาตาของตั๋งโต๊ะกล้าแข็ง เมื่อสร้างราชธานีใหม่ที่เตียงอันแล้ว ก็ควบคุมอำนาจบริหารอย่างเข้มงวดและยังคงหยาบช้าเหมือนเดิม มึนเมาในอำนาจวาสนา บางครั้ง เมื่อจับขบถหัวเมืองได้ ก็นำมาทรมาน ตัดแขนตัดขา ทำการหยาบช้าทารุณต่างๆ

ตั๋งโต๊ะ มีความกำเริบ สร้างเมืองใหม่ให้กับตนเอง ตามคำโบราณว่า
ทำเทียมเจ้าเทียมนายสร้างตำหนักน้อยใหญ่ มีชื่อว่า เม่ยอู่กักตุนทรัพย์สินเงินทองเรียกเก็บภาษี ไปไหนมาไหน ก็ตั้งขบวนแห่อย่างพระมหากษัตริย์ ทั้งให้คนทั้งปวงเรียกตนเองว่า ซ่องฮู หรือ พระราชบิดาเลี้ยงคล้ายๆ พระบิดารอง ของอินเจิ้ง ในเรื่องจิ๋นซีฮ่องเต้นะคะ เป็นวงจรที่มีจุดจบน่าอนาถ และรู้สึกว่าจะมีบั้นปลาย ทำนองเดียวกันด้วย


ดวงชาตาของตั๋งโต๊ะปีนี้ ขึ้นมาก ต่อไปเรามาวิเคราะห์ดาวจร ของปี พ.ศ. ๗๓๓ ร่วมกับลัคนาของตั๋งโต๊ะ จะได้เห็นว่าคนเรานั้นยามดวงขึ้น มันจะขั้นได้ด้วยเหตุใด แล้วทำเลนั้นสอดคล้องกับชะตาอย่างไรบ้าง

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๓/๓ โดย อาจารย์แอน


พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๓/๓
โดย อาจารย์แอน

          ในที่สุด ตั๋งโต๊ะ ก็ได้ทำในสิ่งที่ตนนั้นพอใจ ยังคงใช้มุขเดิม คือจัดงานเลี้ยง แล้วถือกระบี่ ประกาศในที่ชุมนุมขุนนางว่า


หองจูเปียน หาสติปัญญามิได้ จะถอดออก แล้วยก หองจูเหียบ ขึ้นครองราชย์บัลลังก์แทน

คราวนี้อ้วนเสี้ยวลุกขึ้นยืนคัดค้านว่าหองจูเปียนเป็นราชบุตรเอก พระราชบิดายกราชสมบัติให้และยังมิได้มีความผิดสิ่งใด มาถอดเสีย แล้วยกหองจูเหียบราชบุตรองค์รองขึ้นครองราชย์นั้น เราไม่เห็นด้วย นี่สงสัยจะตั้งตนเป็นขบถ

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนคราวที่แล้ว ตั๋งโต๊ะได้ฟังก็โกรธแสนโกรธ ร้องท้าทายพิสูจน์ความคมของกระบี่ ลิยูก็เข้ามาห้าม ขุนนางทั้งปวงเกรงว่าอ้วนเสี้ยวจะตายเปล่า ก็พากันห้ามปราม

อ้วนเสี้ยวโกรธจัด พาทหารและพรรคพวกยกออกจากเมืองไปอยู่ที่เก็งจิ๋ว ที่เราเรียกกันว่า จิงโจว ปัจจุบันนี่แหละ

อ.แอน,ษณอนงค์,ajarn ann team,พ.ศ.732-733,ลิยู,sana-anong5.blogspot.com
สามก๊ก:อ้วนเสี้ยว
ตั๋งโต๊ะ ถือโอกาสอันดีงาม แอบอ้างพระราชโองการ แต่งตั้งอ้วนเสี้ยว เป็นเจ้าเมืองปุดไฮ (อันชื่อเมืองนี้ ข้าพเจ้ากำลังเสาะหาอยู่ว่า อยู่ที่ใดในแผ่นดินจีน)

เป็นอันว่าหมดปรปักษ์ไปหนึ่งคน แต่ส่งไปไกลตาอย่างนี้ กลับเป็นโอกาสอันดีของอ้วนเสี้ยว ที่จะหาพันธมิตร รวบรวมขุนศึกหลายเมือง รวมทั้งซุนเกี๋ยนตั้งเป็นกลุ่มพันธมิตร ร่วมมือกันกำจัดตั๋งโต๊ะ

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๗๓๒ และ ๗๓๓ เป็นช่วงที่เมืองหลวงร้อนเป็นไฟ เพราะในกลางปี พ.ศ. ๗๓๓ ตั๋งโต๊ะ ประกาศแต่งตั้ง หองจูเหียบ เป็นกษัตริย์ ถวายพระนามว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้ซึ่งขณะนั้น มีพระชนมายุ เพียง ๙ ปี จึงจำเป็นต้องมีผู้สำเร็จราชการ ส่วนหองจูเปียน และพระนางโฮเฮา ถูกตั๋งโต๊ะนำไปจองจำในที่คุมขัง ในที่สุด ก็ถูกทรมานจนตายทั้งสองพระองค์

มีขุนนางหลายคน พยายามที่จะกำจัดทรราชย์ผู้นี้ แต่ก็ทำการไม่สำเร็จ เพราะมีขุนพลลิโป้ เป็นองครักษ์อยู่ติดกาย แม้แต่โจโฉ ตอนนั้นก็ทำการอาสาขุนนางทั้งหลาย อันมีอ้องอุ้น เป็นตัวตั้งตัวตีเข้าสังหารตั๋งโต๊ะ ด้วยการขี่ม้าตรงเข้าวังถือมีดติดตัวเข้าไป หมายสังหารตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะเห็นเงา หันมา โจโฉ ก็ได้แต่แก้เกี้ยวว่า เอากระบี่ดีมาให้ แล้วก็รีบเผ่นออกมา ก่อนที่ตั๋งโต๊ะจะทันตั้งตัว หรือทันได้คิด

ตำแหน่งสุดท้ายของโจโฉ ขณะที่อยู่กับตั๋งโต๊ะ คือ ผู้บังคับการกรมทหารม้าเร็ว จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าโจโฉจะหนีได้เร็วขนาดไหน ตรงไปสมทบกับอ้วนเสี้ยวที่เมืองปุดไฮ

อ้วนเสี้ยวสามารถรวบรวมพลได้ ๓๖ หัวเมือง และพร้อมใจให้อ้วนเสี้ยวเป็นหัวหน้า เป็นทัพหลวงยกมาปราบตั๋งโต๊ะโดยตรง

ลิยู แนะนำตั๋งโต๊ะ ให้ย้ายเมืองหลวงไปทางด้านตะวันตก ซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ มีชื่อว่า เมืองเตียงอัน ปัจจุบันนั้นหรือ คือ ซีอาน


เรียกว่า ถอยจากแม่น้ำ ไปอยู่ติดภูเขา จากธาตุอ่อน สู่ธาตุแข็งกว่า เป็นยุทธวิธีตั้งมั่น สามารถรับและรุกได้

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๒/๕ โดย อาจารย์แอน

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๒/๕ (ภาพจูล่ง)
โดย อาจารย์แอน

          ย้อนมาถึงสามพี่น้องตระกูลจาง อนาคตสั้น คือคิดการใหญ่เกินกำลังวาสนาของตน ทำให้เสียชีวิตในปีนี้สามคนรวด

ทีนี้เรามาย้อนดูดวงดาว เมื่อแรกเริ่มก่อการ คือ เป็นช่วงตรุษจีน และช่วงนั้น ดาว ๑ ต้องโคจรเป็นวินาศของดาว ๕ คือประมาณ วันที่ ๑๕ มีนาคม ถึง ๑๕ เมษายน ทำให้ดวงดาวคู่มิตรคู่นี้ ไม่ส่งผลถึงกันมีความหมายว่าจะขาดวาสนาและการอุปถัมภ์ค้ำจุน

ส่วนดาว ๗ ที่เป็นอุจจ์ อยู่ในตำแหน่งเข้มแข็งแต่อยู่ในตำแหน่งโดดเดี่ยวและอยู่ในราศีของชมพูทวีปที่มักจะเป็นไปตามสภาพแวดล้อม

กลุ่มชาวนาและกรรมกร จะเป็นกลุ่มที่ขาดการศึกษา บางครั้งไร้ระเบียบ จึงไม่อาจครองใจคนทั้งหมดได้

เห็นไหมเริ่มถูกฤดูกาลแต่ก็ผิดจังหวะของดวงดาว แสดงว่า การใช้วงจร ห้าธาตุ แปดทิศ สี่ฤดูกาล ต้องรู้จังหวะของดวงดาวด้วย

จางเจี่ยวป่วยตายเดือน ๘ คือช่วงที่ดาว ๑ เป็นนิจ อยู่ในตำแหน่งที่เสื่อมที่สุด

จางเหลียงถูกฆ่าตายในเดือน ๑๐ ช่วงนั้น ดาว ๑ อยู่ในเรือนของดาว ๗ ซึ่งหมายถึงอันตราย เพราะอยู่ในเรือนของดาวที่มีกำลังเหนือกว่า

จางเป่า น้องคนสุดท้องถูกฆ่าตาย เดือน ๑๑ ช่วงที่ดาว ๑ เป็นประ

เมื่อสามพี่น้องทำตัวเป็นดาว ๑ ดาวแห่งกษัตริย์และไม่มีวาสนาบารมีค้ำจุน แต่ไปทำการที่เกินตัวจึงต้องโค่นลงเมื่อดาว ๑ ตามจักรราศีโคจรเข้าสู่ที่เสื่อมนั่นเอง

จึงเป็นอุทาหรณ์สั้นๆ ง่ายๆ ว่า อย่าทำอะไรที่เกินวาสนาบารมีของตน แม้จะมีจังหวะดาวส่งผลก็ตาม เพราะดาวที่ส่งผลนั้น อาจเป็นดาวบาปเคราะห์ ที่เป็นภาพลวงตา หรือแม้แต่มีความรู้ตามตำราที่สามพี่น้องได้มา ซึ่งเชื่อว่าคือ ตำรายันต์แปดทิศ ถ้าใช้ไม่ถูกไม่เป็น ก็หายนะได้

และถ้าพื้นชาตาเดิมของเราไม่มีดาวศุภเคราะห์ที่มีกำลังเข้มแข็งจริงๆ นั่นหมายถึงบารมีเราไม่มี ก็อาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และผู้อื่นได้เช่นกัน

ถึงแม้แกนนำทั้งสามคนตายติดต่อกัน แต่ขบวนการโจรโพกผ้าเหลืองยังดำเนินสืบต่อ ยุคนี้ประชาชนที่ร่วมด้วย ได้เปลี่ยนแซ่เดิมเป็นแซ่จางกันเป็นจำนวนมาก และยังคงนิยมเรื่องการปลุกเสกคาถาอาคม ลงเลขสักยันต์เพื่อป้องกันอันตรายจากการสู้รบ

ในขณะเดียวกัน ระบบราชการที่ขันทีเป็นผู้สร้าง คือปิดบังความดีความชอบ ถือเอาสินบาทคาดสินบน ทำให้คนดีเกิดความท้อแท้ในวงราชการ พากันลาออกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งโจโฉ เล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย

โจโฉลาออก เพราะถูกย้ายไปเป็นเจ้าเมืองตงจวิน ที่เป็นเมืองเล็กๆ

เล่าปี่ ก็ทิ้งตำแหน่งผู้บังคับการอำเภออานสี่ เพราะไม่พอใจผู้ตรวจราชการที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมมาข่มขู่ สามพี่น้องรุมตีผู้ตรวจราชการแล้วจำต้องหนีก่อน เพราะตอนปราบโจร ผลงานก็ไม่ปรากฏ ไม่มีใครช่วยทูลเบื้องสูง

หวงฝูซงปราบกบฏมีผลงาน แต่ไม่ได้รับความดีความชอบ ถูกขันทีใส่ร้ายป้ายสีจนถูกลดอำนาจการคุมทหาร จึงต้องลาออก

การจลาจลก็ลุกลามไปเรื่อยๆ ถึงขนาดสังหารเจ้าเมืองหนานหยาง มณฑลจิงโจว หรือเมืองเก็งจิ๋วนั่นเอง

ในตอนนี้ มีมังกรน้อยก่อกำเนิด

ซุนเกี๋ยนซึ่งเป็นขุนศึกคนหนึ่งมีผลงานการรบที่โดดเด่นในภาคใต้ เริ่มมีสมัครพรรคพวกสะสมอิทธิพล เขาออกรบโดยพาลูกชายอีกสี่คนออกสนามรบด้วย เพื่อสอนลูกให้มีประสบการณ์ในการศึกสงคราม

ซุนเกี๋ยน มีฝีมือในการปราบกบฏจนมีชื่อเสียงโด่งดังในแคว้นเก็งจิ๋ว และได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองฉางซา ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองเอก ของมณฑลเหอหนาน และกินอาณาเขตไปถึงเก็งจิ๋วด้วย

เมื่อโจรโพกผ้าเหลืองไม่ได้ลดน้อยลง แต่ดูเหมือนจะมากขึ้น ขุนนางทั้งหลายที่ดีๆ ก็ต้องกลับเข้ารับราชการอีก

ในปี พ.ศ. ๗๓๐ กองซุนจ้าน เพื่อนรักของเล่าปี่ รับราชการได้เป็นเจ้ากรมทหารม้า

ในปี ๗๓๑ มีการปฏิรูปการปกครอง ให้ผู้ตรวจราชการมณฑลมีอำนาจมากขึ้น ควบคุมได้ทั้งทางทหารและพลเรือน เปรียบเสมือนแม่ทัพใหญ่ ดำเนินการปรากบฏ แต่ก็ไม่เป็นผลให้กบฏลดน้อยลง

โจโฉ กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ตอนนี้ โจโฉอายุ ๓๔ ปี และอยู่ใต้บังคับบัญชาของนายพลหยวนเส้า ซึ่งก็คือ อ้วนเสี้ยวนั่นเอง

เล่าปี่กลับเข้ารับราชการ ได้รับตำแหน่งปลัดอำเภอเซี่ยพี้ เมื่ออายุย่าง ๒๘ ปี สังกัด กองซุนจ้าน

กองซุนจ้านผู้นี้ ชอบใส่ชุดขาวเป็นชีวิตจิตใจ ยุคนี้กองซุนจ้านมีบารมีมาก เขาสวมชุดขาว ขี่ม้าขาว จึงถูกเรียกว่า อัศวินม้าขาวดูท่าจะหล่อ แต่หลอกว้านจงไม่ได้ให้เป็นพระเอก เป็นแค่คนส่งให้เล่าปี่ดัง
อาจารย์แอน,ษณอนงค์,โหราศาสตร์,ฮวงจุ้ย, เก็งจิ๋ว,กองซุนจ้าน,ajarn ann team
สามก๊ก

 
กองซุนจ้านมีทหารยอดฝีมือ ซึ่งส่วนมากก็สวมใส่ชุดขาวเช่นกัน และมีอยู่หนึ่งคนเป็นทหารเอกที่เป็นยอดฝีมือ นามว่า จ้าวจื่อหลง หรือ จ้าวหยุนซึ่งที่เรารู้จักกันดี คือ จูล่ง

เล่าปี่ รู้จักจูล่ง ตอนนี้แหละค่ะ

หวงฝูซง ก็ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการเช่นเดียวกัน เพราะทางการต้องระดมขุนศึกยอดฝีมือให้มากที่สุด เพื่อกอบกู้สถานการณ์อันเลวร้ายของบ้านเมือง


ในที่สุดขบถโจรโพกผ้าเหลืองก็ราบคาบ ถูกปราบปรามเรียบร้อย แต่ความทุกข์ยากของประชาชนก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม