แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตียวเสี้ยน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตียวเสี้ยน แสดงบทความทั้งหมด

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๕/๒ โดย อาจารย์แอน

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๕/๒
โดย อาจารย์แอน


        วันหนึ่งตั๋งโต๊ะเข้าไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ ลิโป้ก็ถือทวนตามไปด้วย แต่ในขณะที่ตั๋งโต๊ะเข้าเฝ้าอยู่ ลิโป้ก็ควบม้ากลับมาหานางเตียวเสี้ยน ซึ่งนางเตียวเสี้ยนก็ “ทำเป็นมีใจยินดี” แล้วให้ลิโป้ ไปรอที่สวนดอกไม้


นางเตียวเสี้ยนตามลิโป้ไปที่สวนดอกไม้ อันลิโป้นั้น เท่าที่ดูนิสัยใจคอตามท้องเรื่อง มีลักษณะที่ดาว ๔ อยู่ราศีมีน เป็นทั้งนิจ ทั้งประ ซึ่งชาวโหราศาสตร์รู้ดีว่า มีสรรพคุณร้ายในทางใด มาคุยที่สวนดอกไม้ ริมสระ ซึ่งเป็นความหมายของดาว ๔ แท้ๆ ความเป็นอัปมงคลจึงได้เกิดขึ้น ดังนี้

ษณอนงค์, อาจารย์แอน,ajarn ann team,โหราศาสตร์,วรรณกรรมจีน,สามก๊ก
สามก๊ก: เตียวเสี้ยน-ลิโป้-ตั๋งโต๊ะ



นางเตียวเสี้ยนนั้น ครั้นถึงที่นั่งยังสวนดอกไม้ ก็ขึ้นไปนั่งบนปากสระ นัยน์ตาก็คอยชำเลืองแลดูต้นทางซึ่งตั๋งโต๊ะจะเข้ามา แล้วทำกลอุบายเข้ากอดลิโป้แล้วร้องไห้ว่า
“ข้าพเจ้าเป็นบุตรเลี้ยงอ้องอุ้น และอ้องอุ้นรักข้าพเจ้าเหมือนหนึ่งบุตรในอุทร จึงยกข้าพเจ้าให้เป็นภรรยาท่าน ข้าพเจ้าก็มีความยินดีด้วย และมหาอุปราชไปรับข้าพเจ้ามา ว่าจะให้อยู่เป็นภรรยาท่าน ครั้นมาถึงที่อยู่ มหาอุปราช มิได้ทำตามคำว่า ทำข่มเหงข้าพเจ้าดังนี้ และในอกข้าพเจ้านี้ ตรมเป็นหนองอยู่ได้ประมาณเดือนเศษมาแล้ว คิดว่า จะกลั้นใจตายเสียก็ยังมิได้ลาและแจ้งความทุกข์แก่ท่าน ชีวิตจึงยังคอยอยู่ วันนี้ข้าพเจ้าได้กราบลาและแจ้งความทุกข์ในอกแล้ว ก็จะลาตายไปให้พ้นความระกำต่อหน้าท่าน ให้เห็นความสัตย์ข้าพเจ้า”
ว่าแล้วก็ปีนขอบสระ ทำทีจะกระโดดน้ำตาย
ลิโป้ตาลีตาเหลือกเข้าห้าม ยื้อๆ ยุดๆ กันจนพอดีเวลาที่ตั๋งโต๊ะเข้ามาเห็นภาพที่ลิโป้กอดเตียวเสี้ยนและเตียวเสี้ยนผลักไสอย่างเอาเป็นเอาตาย


ทุกอย่างเป็นไปตามที่เตียวเสี้ยนคาดไว้ ลิโป้กระโจนหนี และตั๋งโต๊ะก็โกรธแค้นเสียจน คว้าเอาทวนของลิโป้ที่โจนหนีจนลืมทวนนั้นแหละ พุ่งไป แต่ก็ไม่ถูก ลิยูตกใจเป็นที่สุด เข้าขวางห้ามปราม พูดเกลี้ยกล่อมให้ตั๋งโต๊ะ ยกนางเตียวเสี้ยนให้กับลิโป้ เพื่อยุติข้อบาดหมาง เพื่อเห็นแก่การใหญ่


ตั๋งโต๊ะ กลับไปคิดตรองดู เมื่อเตียวเสี้ยนรู้ ก็ตระแหน่แง่งอน ด้วยมารยาหญิง เป็นทีว่า ให้ลิยู ยกเมียตัวเองนั่นแหละ ยกให้ลิโป้แทน
เป็นอันว่า “แผนนางงาม” นี้เป็นผลสำเร็จโดยสมบูรณ์


ตั้งแต่นั้นมา ลิโป้ก็มีใจเจ็บแค้นพยาบาทตั๋งโต๊ะ อ้องอุ้นก็ติดตามผลงานโดยเข้าไปตีสนิทกับลิโป้ พูดจาชักจูงยุแหย่ต่างๆ นานา จนในที่สุดก็คิดกำจัดตั๋งโต๊ะเสีย และก็ทำการได้สำเร็จในปี พ.ศ.๗๓๕  ลิโป้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาเมืองเวิน ปัจจุบันคือ นครเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ส่วนเตียวเสี้ยนก็ตกเป็นภรรยาของลิโป้ต่อไป


คณะรัฐประหาร โดยการนำของอ้องอุ้น ไม่อาจยึดอำนาจได้โดยถาวร บ้านเมืองยังวุ่นวายอยู่ เพราะ ลิฉุย กุยกี สมุนซ้ายขวาของตั๋งโต๊ะ กลับรวบรวมกำลัง จับมือกันมาปราบปรามอ้องอุ้นกับลิโป้ ทั้งเป็นการแก้แค้นให้กับตั๋งโต๊ะ และเพื่อชิงอำนาจเพื่อความอยู่รอดของตน อ้องอุ้น ถูกฆ่าตาย ส่วนลิโป้ต้องเผ่นหนีทิ้งเมืองเวินไปขอความคุ้มครองจากอ้วนสุด แต่อ้วนสุดเห็นว่า ลิโป้นี่แหละ จอมทรยศ คบไม่ได้ จึงไม่รับไว้ ลิโป้ ต้องหนีต่อ ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ต่อไป


ในช่วงเวลาดังกล่าว โจโฉ ขณะนั้น หลังจากนำทัพบุกยึดเมืองตงจวุ้นได้สำเร็จ ก็ได้รับการแต่งตั้งจากอ้วนเสี้ยว เป็นผู้ครองเมืองตงจวุ้น ส่วนเล่าปี่ ตั้งหลักที่เมืองผิงหยวนในตำแหน่งนายอำเภอ ในเขตอิทธิพลของกงซุนจ้าน ซึ่งหนุนหลังอ้วนสุด ต่อต้านอ้วนเสี้ยว คือ สองอ้วนนี้ เป็นศัตรูต่อกัน เพราะอำนาจแบ่งกันไม่ลงตัว
ช่วงนี้เล่าปี่และโจโฉ ก็เริ่มเพาะขุมพละกำลังของตนขึ้นมา


ในยุคนี้ เป็นยุคที่ เล่าเปียว เจ้าเมืองเกงจิ๋ว มีอิทธิพลมากที่สุด จะมีขุนศึกหนีร้อนมาพึ่งเย็นเสมอๆ ซึ่งเล่าเปียว ไม่เคยปฏิเสธ


บ้านเมืองเริ่มวุ่นวาย เริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะเหล่าขุนศึกต่างก็มีความเก่งกล้าสามารถ ต่างคนต่างต้องการอำนาจ



นี่แหละ คือความหมายของดาว ๕ เป็นอุจจ์ มีกำลังเหนือดาว ๑
โดย อาจารย์แอน


          เรื่องราวของสามก๊ก ดูเหมือนจะค่อนข้างยืดยาดตามกาลเวลาของการตีความ และชื่อคนที่ยาก สำนวนที่คลาสสิค ดังนั้นข้าพเจ้าจำเป็นต้องรวบรัดตัดตอน ใช้สำนวนของข้าพเจ้าเอง เฉพาะตอนที่เราๆ ท่านๆ รู้อยู่แล้ว


เป็นอันว่า ด้วยกลอุบายของอ้องอุ้น ที่ออกปากยกนางเตียวเสี้ยนให้กับลิโป้ก่อน แล้ววันรุ่งขึ้น ก็พานางเตียวเสี้ยนเข้าจวนตั๋งโต๊ะ ยกนางให้กับตั๋งโต๊ะโดยมีคำพูดที่เสนาะหู ยกนางให้อย่างแนบเนียน ดังนี้


“เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ยี่สิบห้าปี ข้าพเจ้าได้เรียนดูดาวสำหรับพระมหากษัตริย์ และดาวประจำเมืองกับดาวบริวารทั้งปวงนั้น บัดนี้ ข้าพเจ้าเห็นดาวสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นเศร้าหมอง และดาวมหาอุปราชนั้นมีรัศมีรุ่งเรือง ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูเห็นว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้จะดับสูญ ราชสมบัตินั้นจะได้แก่ท่านเป็นมั่นคง”


ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าเอง (คืออาจารย์แอน ไม่ใช่อ้องอุ้น) ก็ให้ย้อนนึกถึง ดวงชาตาของกรุงศรีอยุธยาที่มีดาวมุขอำมาตย์ คือดาว ๕ เป็นอุจจ์ โยคหน้า ลัคนา ดวงเมือง ส่วนดาวแห่งพระมหากษัตริย์นั้น ถูกเบียน ดังนั้น จึงมีคำทำนายว่า “เมื่อใดก็ตาม ที่มุขอำมาตย์ กล้าแข็ง ก็จะต้องชิงแผ่นดิน” ชะรอย ชาตาเมืองลกเอี้ยงจะเข้าเกณฑ์เดียวกับชาตาเมืองกรุงศรีอยุธยาเป็นมั่นคง(สำนวนพอจะอยู่เล่มเดียวกันได้)


เมื่อ ตั๋งโต๊ะ มีอาการตกหลุมพรางแน่แล้วอ้องอุ้นจึงดำเนินการ


“จึงให้จัดแจงข้าวของ เสื้อผ้าอย่างดีให้แก่นางเตียวเสี้ยน เป็นอันมาก แล้วให้นางเตียวเสี้ยนขึ้นเกี้ยว เกณฑ์ผู้คนทั้งปวงให้ไปส่ง ณ ที่อยู่ตั๋งโต๊ะในเมืองหลวงในเวลากลางคืนนั้น”


อ้องอุ้น ทำเป็นยกนางเตียวเสี้ยน ให้เป็นเมียน้อยลิโป้ แต่กลับส่งนางไปให้ตั๋งโต๊ะ เมื่อลิโป้รู้ดังนั้นก็โกรธอ้องอุ้นเป็นอันมาก แต่อ้องอุ้นนั้นวางแผนไว้อย่างดีแล้วตั้งแต่แรก จึงไม่ตระหนกตกใจ จึงหาวิธีตอบซึ่งทำให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะค่อยๆ แคลงใจกัน โดยพูดให้ลิโป้รู้สึกว่า ตั๋งโต๊ะใช้อำนาจบังคับเอานางเตียวเสี้ยนไป ทั้งที่รู้ว่าเป็นของลิโป้ ลิโป้ก็เริ่มผูกใจเจ็บตั้งแต่นั้นมา


ในสามก๊กเล่าว่า
“เมื่อตั๋งโต๊ะได้นางเตียวเสี้ยนมาไว้นั้น มีความรักใคร่ลุ่มหลง ไม่ได้ออกว่าราชการ กำหนดได้ถึงเดือนเศษ ครั้นตั๋งโต๊ะป่วยลงแล้ว นางเตียวเสี้ยนนั้นแสร้งอุตส่าห์กระทำรักษาพยาบาลปรนนิบัติตั๋งโต๊ะ มิให้อนาทรร้อนใจ ตั๋งโต๊ะก็มีความรักนางเตียวเสี้ยนเป็นอันมาก”
อยู่มาวันหนึ่งตั๋งโต๊ะก็ล้มป่วย นางเตียวเสี้ยนก็ประสบช่องทางให้พ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงแตกกัน เรื่องมีอยู่ว่า
“ครั้นเวลาวันหนึ่ง ลิโป้เข้าไปเยี่ยมถึงที่ข้างใน ตั๋งโต๊ะนั้นนอนหลับอยู่ นางเตียวเสี้ยนเห็นลิโป้เข้ามาจึงเอนตัวออกไปข้างหลังมุ้ง แล้วทำเป็นกลมายา เอามือชี้ไปตรงตั๋งโต๊ะ แล้วชี้เข้าที่อกของตัว จึงทำเป็นร้องไห้ ลิโป้แจ้งในกิริยาของเตียวเสี้ยนทำนั้น ก็ยิ่งมีความเสน่หาอาลัยขึ้นเป็นอันมาก”


ฝ่ายตั๋งโต๊ะตื่นขึ้น เห็นลิโป้เข้ามา แลดูไปข้างหลังมุ้งมิได้กระพริบตา จึงชะโงกไปดู เห็นนางเตียวเสี้ยนยืนดูอยู่ข้างหลังมุ้ง ก็มีความโกรธจึงร้องตวาดว่า “อ้ายลิโป้นี้ เสียแรงกูไว้ใจรักดั่งบุตรในอุทร บังอาจหยอกเมียกูได้”


ความบาดหมางด้วยผู้หญิงเป็นเหตุนี้ ลิยู ที่ปรึกษาคนสำคัญของลิโป้ตกใจมาก เข้าไปว่ากล่าวแก่ตั๋งโต๊ะว่า
“ท่านซิคิดการใหญ่ เป็นไฉนมาขัดเคืองลิโป้ด้วยเรื่อง มโนสาเร่เล่า ถ้าลิโป้เอาใจอออกห่าง ท่านก็จะหวังเอาผู้ใดเป็นกำลังสืบไปเล่า”

ในตอนแรก ตั๋งโต๊ะก็เชื่อฟัง พยายามเอาใจลิโป้ด้วยทรัพย์สินเงินทอง สมัยนั้นคือ ทั้งทองคำ ทั้งผ้าแพร ทั้งสองก็พอจะคืนดีกัน แต่ใจของลิโป้ก็ยังคิดถึงนางเตียวเสี้ยนอยู่ เป็นช่องทางให้แผนนางงามนั้นดำเนินต่อ เพราะนางเตียวเสี้ยนก็ยังคงดำเนินการต่อ โดยรอจังหวะและโอกาส

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๔/๒ โดย อาจารย์แอน

พิชัยสงครามกับสามก๊ก ตอนที่ ๔/๒
โดย อาจารย์แอน

          หลังจากนั้น ก็มาถึงเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในตอนที่ ตั๋งโต๊ะย้ายเมืองหลวง ประกอบกับ ๑๖ หัวเมืองแตกความสามัคคีกันเอง เรียกว่า แพ้บารมีตั๋งโต๊ะ ที่เล่าเรื่องลิโป้ย้อนหลังโดยละเอียดก็เพื่อให้เห็นความสามารถของลิโป้ชัด ๆ

ครั้งนั้น เท่ากับตั๋งโต๊ะยึดอำนาจการปกครองไว้แต่เพียงผู้เดียว และยี่สิบวันบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง ก็ขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ ครั้งหนึ่ง เวลาไปไหนมาไหน มีขุนนางน้อยใหญ่คอยเฝ้าแหนมากมาย

อยู่มาวันหนึ่งตั๋งโต๊ะ ต้องการแสดงอำนาจ จึงจัดงานเลี้ยงขึ้น ตามภาษาชาวเนปจูน ที่ชอบงานเลี้ยงและสมาคม ถ้าเป็นเราคงเข็ดงานเลี้ยงของตั๋งโต๊ะ เพราะจัดทีไร มีประกาศแปลก ๆ ทุกที แต่ขุนนางทั้งหลายไม่เข็ด และวันนี้เป็นวันชาตาขาดของขุนนางคนหนึ่งมีชื่อว่า เตียวอุ๋น เพราะขณะกินโต๊ะอยู่ ตั๋งโต๊ะ นั่งเสพสุราอยู่ ลิโป้ก็เข้าไปกระซิบข้างหูตั๋งโต๊ะ ตามที่ตั๋งโต๊ะสั่งไว้ ตั๋งโต๊ะก็ทำทีฟัง แล้วแสร้งทำเป็นหัวเราะแล้วว่า “คิดอย่างนี้ดอก หรือ เร่งเอาตัวมันไป”

ลิโป้ก็เข้าจับตัวเตียวอุ๋นลากออกไป ขุนนางทั้งหลายไม่รู้เรื่องรู้ราว ประเดี๋ยวเดียว ลิโป้ ก็เอาหัวของเตียวอุ๋นเข้ามา ขุนนางทั้งหลายพากันตกใจ (เป็นเราก็ตกใจ)

ตั๋งโต๊ะ เห็นดังนั้นก็หัวเราะ แล้วจึงว่า “ท่านทั้งปวงอย่าตกใจ ซึ่งเกิดเหตุทั้งนี้เพราะเตียวอุ๋นให้หนังสือลับ ไปถึงอ้วนสุดให้มาทำร้ายเรา มีผู้รู้จึงบอกหนังสือมา ลิโป้จึงมากระซิบบอกเรา เราจึงให้จับไปฆ่าเสีย ท่านทั้งปวงมิได้ร่วมคิดด้วย ก็อย่าได้เป็นทุกข์ จงกินโต๊ะพูดกันเล่นให้สบาย” นี่คืออุบายข่มขวัญขุนนางทั้งหลาย ไม่ให้เหิมเกริมคิดร้ายต่อตน เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู

มีขุนนางคนหนึ่ง รู้สึกเจ็บร้อนแทนแผ่นดิน ทั้งมีความคิดที่จะกำจัดตั๋งโต๊ะ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก คืนหนึ่งออกไปชมสวน คิดเรื่องที่ตนอัดอั้นตันใจ ก็ได้แต่ทอดถอนใจอยู่ไปมา นางเตียวเสี้ยน ผู้เป็นลูกเลี้ยงเข้ามาพูดจาด้วย และรับอาสาที่จะทำตามแผนการของอ้องอุ้นทุกประการ ทั้งนี้เพื่อผลให้ ลิโป้ นายทหารยอดฝีมือ กับพ่อเลี้ยง ตั๋งโต๊ะ เกิดความกินแหนงแคลงใจกัน

โหราศาสตร์, สามก๊ก, ประวัติศาสตร์จีน,ajarn ann team
สามก๊ก: เตียวเสี้ยน และ ลิโป้
เตียวเสี้ยน ผู้นี้เป็นหญิงงามที่สุด หนึ่งในสี่คนที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของจีน
อ้องอุ้นรู้ดีว่า ลิโป้เป็นคนโลภ ดังนั้น วันหนึ่งจึงจัดเพชรพลอยกับทองคำ แล้วหาช่างมาทำหมวกสำหรับลูกหลวงใส่ แล้วแต่งให้คนสนิทให้ลอบเอาออกไปเป็นกำนัลแก่ลิโป้ ลิโป้เป็นคนรูปงาม แต่งกายมีรสนิยม เห็นหมวกลูกหลวงก็ยินดี รีบมาหาอ้องอุ้น ที่บ้าน
มีโคลงโลกนิติ กล่าวไว้ว่า

“จักเข้าหาบ้ายศ ยอตาม
คนโลภกำนัลงาม ง่ายแท้
คนมักนักเลงกาม การเสน่ห์ ยอนา
เข้าสู่หมู่ปราชญ์ ชอบถ้อยทางธรรม”

โคลงที่ยกมานี้ อาจารย์ ดร.อัมพร สุขเกษม ท่านอธิบายไว้ในหนังสือ “กลอุบาย ทำลายล้าง อย่างสามก๊ก” ว่า “การยอคนมีลักษณะต่าง ๆ กัน ยออย่างไร จึงจะได้ผล คือใช้อุบายตามกิเลสของคน” ดังเช่นลิโป้ที่ “คนโลภกำนัลงาม ง่ายแท้”

อ้องอุ้น มีใจยินดีมาก ออกมารับลิโป้ถึงหน้าตึก แล้วเชิญให้เสพสุราอาหาร ทั้งกล่าวถ้อยคำสรรเสริญไพเราะเสนาะหู เอาใจ

ลิโป้จนได้ที่แล้วก็ให้คนไปเชิญเตียวเสี้ยนออกมา
วีรบุรุษย่อมคู่กับหญิงงาม ลิโป้เห็นนางเตียวเสี้ยนรูปงาม ก็เกิดความพึงใจทันที ส่วนนางเตียวเสี้ยนก็มีอัน “รินสุราคำนับให้ลิโป้ทีไร ก็ชายหางตา ให้สบตาลิโป้ แล้วให้ที”


ฝ่ายลิโป้รับจอกสุราไป ก็ชำเลืองไปต้องตานางเตียวเสี้ยนทุกครั้ง มีใจประหวัดยินดีเป็นอันมาก อ้องอุ้นสังเกตอยู่แล้ว เมื่อเห็นลิโป้มีใจกับนางเตียวเสี้ยน ก็ดำเนินการขั้นต่อไป